Les Ateliers Louis Moinet เผยโฉม SKYDANCE เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีที่คนรักนาฬิการอคอยมายาวนาน เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งบทกวีอันละเมียดละไม นาฬิกาเรือนนี้คืออัญมณีแห่งศาสตร์การประดิษฐ์ ที่นำสองดวงดาวบนฟากฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์แห่งกาลเวลาสำหรับมนุษยชาติมาทุกยุคสมัย นั่นคือ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มาบรรจบกันอย่างสง่างาม
ผลงาน SKYDANCE อาศัยเทคนิคการผสมผสานวัสดุหายาก เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์นาฬิกา เพื่อถ่ายทอดท่วงท่าอันน่าหลงไหล ราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เยื้องกรายอย่างนุ่มนวล สง่างาม บนเวทีบัลเลต์ เปล่งประกายสว่างไสวอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ
“นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1806 Louis Moinet ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาล้ำค่าให้แก่บุคคลสำคัญในยุคนั้น ผมชอบคิดว่าผลงาน SKYDANCE ซึ่งสะท้อนโลกแห่งท้องฟ้า ที่บรรดาช่างประดิษฐ์นาฬิการะดับแถวหน้าต่างชื่นชมหลงใหล ได้รับการออกแบบมาเพื่อสุภาพสตรีผู้เปล่งประกายและเติมเต็มโลกของเราแล้วในที่สุด” — Nathanaël Schaller, Creative Product Manager
เริงระบำบัลเลต์แห่งสรวงสวรรค์
ฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ดาษดาด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ที่ล้วนมีบทบาทหน้าที่สำคัญของตนเอง ดวงจันทร์ค่อย ทอแสง เงียบงาม และนุ่มนวล ยามค่ำคืน ขณะที่ดวงอาทิตย์เปล่งรัศมีเจิดจ้าด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด พลวัตที่ไม่เคยหยุดนิ่งของดวงดวงทั้งสอง กลายเป็นท่วงท่าเริงระบำอันเป็นนิรันดร์ ที่แสง การเคลื่อนไหว และกาลเวลา สอดประสานกันอย่างประณีตงดงาม
และด้วยผลงาน SKYDANCE นี้เอง ที่เป็นประจักษ์พยานถึงความชำนาญของ Louis Moinet ในการสร้างสรรค์ความงามอันประณีต ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีของแบรนด์
ความสง่างามจากสรวงสวรรค์
หน้าปัดได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดปรากฏการณ์ในห้วงจักรวาลที่งดงามราวบทกวี เพชรน้ำงามจำนวนสิบเอ็ดเม็ดทำหน้าที่เป็นหลักชั่วโมง เจิดจรัสอยู่บนพื้นหลังเปลือกในหอยมุกสีขาวที่สะท้อนแสงรุ้งระยับวับวาว ดวงจันทร์ในรูปพระจันทร์เสี้ยวสีทองเปิดสู่ท้องฟ้า ปรากฏอยู่บนแผ่นดิสก์ที่ทำจากชิ้นส่วนของอุกกาบาตดวงจันทร์ Dhofar 457 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตกลงมาบนโลก
ด้านตรงข้ามกับดวงจันทร์ คือดวงอาทิตย์เปล่งประกายบนฉากหลังอเวนจูรีนระยิบระยับ ซึ่งความลับของการเคลื่อนไหวอันน่าหลงใหลนี้อยู่ที่แผ่นดิสก์ดวงอาทิตย์สองชั้น หนึ่งชั้นติดตั้งแบบคงที่ อีกชั้นหมุนได้ด้วยกลไกอัตโนมัติของนาฬิกา
วงแหวนที่ติดตั้งไว้บนพื้นเปลือกในหอยมุก ราวกับสายใยแห่งสวรรค์ที่เชื่อมโยงพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งทอดตัวทอแสงอยู่บนเศษเสี้ยวของอุกกาบาตจากดวงจันทร์ เข้ากับดวงอาทิตย์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า
เข็มชั่วโมงและนาทีออกแบบให้รูปทรงงดงามราวกับหยาดน้ำค้าง ทำจากนิกเกิลสีดำและเคลือบสารเรืองแสง ลอยตัวอยู่เหนือวงแหวนนี้อย่างสง่างามและแฝงด้วยความละเมียดละไม
ตัวเรือนขนาด 36 มิลลิเมตร ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมขอบหน้าปัดเซรามิกสีขาว สร้างเส้นสายที่ดูเบาสบายและสง่างาม เม็ดมะยมทำจากไทเทเนียมเช่นกัน ประดับวงแหวนเซรามิก และที่กึ่งกลางประดับด้วยสัญลักษณ์ fleur-de-lys ซึ่งเป็นตราประจำเมืองบูร์จ บ้านเกิดของ Louis Moinet ขาตัวเรือนตกแต่งด้วยเซรามิกสีขาวทรงเบี้ยหลังเต่าหรือคาโบชง เติมเต็มสัมผัสแห่งประกายให้กับองค์ประกอบที่เจิดจรัสทั้งหมดนี้
ผลงานใหม่นี้มีให้เลือกสองเวอร์ชัน โดยแต่ละเวอร์ชันผลิตจำกัดเพียง 28 เรือนเท่านั้น รุ่นแรกมาพร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชร 6 เม็ด ส่วนอีกรุ่นหนึ่งประดับเพชรถึง 60 เม็ด เท่ากับจำนวนนาทีในหนึ่งชั่วโมง
กลไกอัตโนมัติที่สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังโปร่งใส ทำงานด้วยจานเหวี่ยงขึ้นลานซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนพลวัตของธีมจักรวาลให้ยาวนานยิ่งขึ้น แท้จริงแล้วดวงจันทร์ถูกโอบล้อมอยู่ในอ้อมแขนของดวงอาทิตย์ ราวกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาที่คงอยู่ตลอดกาล
เรือนเวลารุ่นพิเศษมาพร้อมสายยางที่มีพื้นผิวซาติน ออกแบบมาเพื่อเสริมความสง่างามให้กับเรือนเวลาได้อย่างลงตัว ทั้งยังมอบความสบายในการสวมใส่ และตอกย้ำบุคลิกอันละเมียดละไมของ SKYDANCE ได้อย่างชัดเจน
ปี 2026: สองหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Louis Moinet
SKYDANCE เป็นผลงานที่เปิดตัวในปีสำคัญที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อ Louis Moinet เพราะเป็นปีแห่งสองวาระสำคัญที่เป็นเสมือนหมุดหมายแห่งความสำเร็จ
ปี 2026 ครบรอบ 210 ปีแห่งการถือกำเนิดโครโนกราฟเรือนแรกของโลก ซึ่ง Louis Moinet สร้างขึ้นในปี 1816 ในฐานะนักดาราศาสตร์และนักประดิษฐ์นาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหล เขาออกแบบเครื่องมือที่มีความแม่นยำระดับสูงสุดเพื่อใช้วัดการเคลื่อนไหวของดวงดาวบนฟากฟ้า
ปี 2026 ยังเป็นโอกาสครบรอบ 220 ปี นับตั้งแต่ปี 1806 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ Louis Moinet มาโดยตลอด ในปีนั้น Louis Moinet ได้สร้างนาฬิกาตั้งโต๊ะอันโดดเด่นให้แก่จักรพรรดิ Napoléon Bonaparte และต่อมาได้สร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศอีกมากมายสำหรับบุคคลสำคัญในยุคนั้น
สองศตวรรษให้หลัง ความหลงใหลในดวงดาวและแรงขับเคลื่อนเชิงศิลป์เดียวกันนี้ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่อ่อนช้อยและเหมาะสำหรับสุภาพสตรี ผ่านผลงานเรือนเวลา SKYDANCE
