GREUBEL FORSEY - BALANCIER CONVEXE S² - Pendulum
Greubel Forsey | News
19 มีนาคม 2026
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S²
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum

BALANCIER CONVEXE S² | GF09XV

บทส่งท้ายที่สมบูรณ์แบบ

Greubel Forsey เผยโฉมสองรุ่นสุดท้ายของ Balancier Convexe S2 ได้แก่ รุ่นตัวเรือนเซรามิกสีดำตัดกับ Red gold 5N และรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาว ซึ่งถือเป็นการปิดฉากกลไกที่ใช้เวลาพัฒนาและสร้างสรรค์มาตลอด 5 ปี แต่ละรุ่นผลิตจำกัดเพียงรุ่นละ 11 เรือนเท่านั้น ทำให้เป็นผลงานที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในซีรีส์นี้ นาฬิการุ่นนี้มาในตัวเรือนทรง Convexe อันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 41.5 มิลลิเมตร (วัดจากขอบตัวเรือน) ขับเคลื่อนด้วยระบบกลไกไขลานที่มี Balance Wheel หรือ จักรกรอกที่วางเอียงทำมุม 30 องศา ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของกลไกตระกูล Balancier Convexe S2 การเปิดตัวครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้าย โดยการผลิตจะยุติลงอย่างถาวรในปี 2026 เพื่อปิดฉากบทบาทสำคัญในการพัฒนาเชิงกลของ Greubel Forsey

Greubel Forsey เผยโฉมสองรุ่นสุดท้ายของ Balancier Convexe S2 ได้แก่ รุ่นตัวเรือนเซรามิกสีดำตัดกับ Red gold 5N และรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาว ซึ่งถือเป็นการปิดฉากกลไกที่ใช้เวลาพัฒนาและสร้างสรรค์มาตลอด 5 ปี แต่ละรุ่นผลิตจำกัดเพียงรุ่นละ 11 เรือนเท่านั้น ทำให้เป็นผลงานที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในซีรีส์นี้ นาฬิการุ่นนี้มาในตัวเรือนทรง Convexe อันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 41.5 มิลลิเมตร (วัดจากขอบตัวเรือน) ขับเคลื่อนด้วยระบบกลไกไขลานที่มี Balance Wheel หรือ จักรกรอกที่วางเอียงทำมุม 30 องศา ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของกลไกตระกูล Balancier Convexe S2 การเปิดตัวครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้าย โดยการผลิตจะยุติลงอย่างถาวรในปี 2026 เพื่อปิดฉากบทบาทสำคัญในการพัฒนาเชิงกลของ Greubel Forsey

หัวใจสำคัญของกลไกชุดนี้คือ ระบบจักรกรอกหรือ Balance wheel ที่วางเอียงทำมุม 30 องศา อันเป็นเอกลักษณ์ของ Greubel Forsey ซึ่งถูกจัดวางให้เป็นทั้งจุดศูนย์กลางทางสายตาและศูนย์กลางแห่งความเที่ยงตรงของเรือนเวลา โครงสร้างกลไกถูกออกแบบโดยเน้นความโปร่งและมิติในเชิงลึก ประกอบด้วยสะพานจักรแบบเล่นระดับและโครงสร้างแบบลอยตัว ที่ตั้งใจเผยให้เห็นการทำงานของจักรกลแทนที่จะซ่อนไว้ภายใน ด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 301 ชิ้น และชุดจักร Escapement Platform อีก 68 ชิ้น กลไกชุดนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความโปร่งเบาทางโครงสร้างและความซับซ้อนทางเทคนิคที่อัดแน่นไว้ด้วยกัน ตลับลานคู่แบบหมุนเร็ว มอบสำรองพลังงานที่เปี่ยมด้วยความเที่ยงตรงยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ในขณะที่จักรกรอกแบบปรับค่าแรงเฉื่อย ซึ่งผลิตขึ้นเองในเวิร์กช็อป พร้อมสกรูทองคำปรับตั้งเวลา 6 หลัก ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง

ปรัชญาการตกแต่งรายละเอียดขั้นสุดท้ายยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่บ่งบอกตัวตนของเรือนเวลานี้ สะพานจักรและแผ่นแท่นเครื่องที่รังสรรค์จากไทเทเนียม ถูกขัดแต่งพื้นผิวด้วยเทคนิคพ่นทราย และเก็บรายละเอียดด้วยมืออย่างวิจิตร ทั้งการลบเหลี่ยมมุมให้เงางาม การขัดหลุมรับสกรู และการสร้างรอยต่อระหว่างพื้นผิวที่เนี้ยบกริบไร้ที่ติ ชิ้นส่วนทุกชิ้นได้รับการเอาใจใส่ในระดับสูงสุดเฉกเช่นเดียวกัน แม้ในส่วนที่ซ่อนเร้นจากสายตา สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานอันเที่ยงตรงที่ยึดถือความสมบูรณ์แบบของโครงสร้างเหนือกว่าเพียงภาพลักษณ์ที่มองเห็น โดยนาฬิกาสองรุ่นสุดท้ายนี้ต่างนำเสนอเอกลักษณ์ทางสายตาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงสอดประสานอยู่บนพื้นฐานทางกลไกชุดเดียวกัน

GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum

รุ่นตัวเรือนเซรามิกสีดำและทอง 5N red gold มุ่งเน้นการแสดงความต่างและมิติเชิงลึก โดยชิ้นส่วนกลไกที่ผ่านการเคลือบสีดำและตัวเรือนเซรามิกทำหน้าที่เป็นดั่งกรอบที่โอบล้อมโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในเอาไว้ ในขณะที่ขอบตัวเรือนและฝาหลังทองเรดโกลด์ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นและสร้างน้ำหนักทางสายตาที่โดดเด่น การสอดประสานกันระหว่างพื้นผิวแบบด้าน และแบบขัดเงา ช่วยขับเน้นบุคลิกอันเป็นสามมิติของกลไกให้เด่นชัดยิ่งขึ้น พร้อมกับตอกย้ำลักษณะอันเป็นประติมากรรมของตัวเรือนทรง Convexe ได้อย่างสง่างาม

GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum

ในรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาวนั้นเป็นการนำเสนอในทิศทางที่ตรงกันข้าม โดยตัวเรือนสีอ่อนแบบคุมโทน ช่วยขับเน้นความโปร่งตาและความแม่นยำ เปิดโอกาสให้กลไกภายในเผยความโดดเด่นผ่านการตกกระทบของแสงและเงา ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเชิงเทคนิคและมีความเป็นกราฟิกชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้ตัวโครงสร้างทำหน้าที่เป็นภาษาหลักในการสื่อสารทางสายตา นอกจากนี้ วัสดุเซรามิกสีขาวยังช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ของรูปทรงเรขาคณิตแบบ Convexeให้เด่นชัด ในขณะที่ยังคงรักษาความลึกเชิงกลไกและการอ่านค่าเวลาที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นเดิม

GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum
GREUBEL FORSEY – BALANCIER CONVEXE S² image of Pendulum

นาฬิกาทั้งสองรุ่นยังคงรักษาเลย์เอาต์การใช้งานที่เป็นหัวใจหลักของ Balancier Convexe S² ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงชั่วโมงและนาทีบนสะพานจักรทรงโค้งแบบลอยตัว เข็มวินาทีขนาดเล็ก และมาตรแสดงสำรองพลังงานแบบเซกเตอร์ นอกจากนี้ กระจกแซฟไฟร์ทรงโค้ง รูปลักษณ์เรขาคณิตแบบสามมิติของขอบตัวเรือน และขาตัวเรือนที่ได้รับการออกแบบรูปทรงมาอย่างดี ล้วนช่วยตอกย้ำความต่อเนื่องลื่นไหลระหว่างสถาปัตยกรรมของกลไกและรูปทรงภายนอก พร้อมกับรักษาความสมดุลระหว่างความโดดเด่นสะดุดตาและความสบายในการสวมใส่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์นิยามของงานดีไซน์ในตระกูล Convexe

เรือนเวลาทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นบทสรุปแห่งการเดินทางตลอด 5 ปี ของการออกสำรวจกลไก Balancier Convexe S² ผ่านการตีความด้วยวัสดุและสุนทรียศาสตร์ที่แตกต่างกันหลากหลายรูปแบบ การเปิดตัวในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาต่อเนื่อง แต่คือการมาถึงจุดสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ โดยในปี 2026 นี้ กระบวนการผลิตกลไกชุดดังกล่าวจะยุติลงอย่างถาวร

ปี 2026 ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ กับการทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่คอลเลกชันใหม่เกือบทั้งหมด ในขณะที่ Greubel Forsey กำลังปิดฉากตำนานกลไกหลายชุดที่เคยร่วมกำหนดทิศทางด้านเทคนิคและการสร้างสรรค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลไกแต่ละชุดจะถูกปลดเกษียณอย่างสมเกียรติ หาใช่การจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่จะถูกถ่ายทอดเป็นผลงานรุ่นสุดท้าย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ที่กลไกเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเวิร์กช็อปแห่งนี้

ด้วยจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 11 เรือนเท่านั้น ทั้งในรุ่นเซรามิกสีดำตัดกับทอง 5N Red gold และรุ่นเซรามิกสีขาว ต่างถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่มีความพิเศษและหาได้ยากยิ่งที่สุดของตระกูล Balancier Convexe S² ซึ่งเปรียบเสมือนบทสรุปอันสมบูรณ์แบบของกลไกที่ถือกำเนิดขึ้นจากจิตวิญญาณแห่งสถาปัตยกรรม ความมุ่งมั่นในความเที่ยงตรง และความสอดประสานกันอย่างลงตัวของจักรกล