1816, AN ICON REBORN
ปี 1816 ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกา เพราะเป็นปีที่ช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ Louis Moinet ประดิษฐ์โครโนกราฟเครื่องแรกของโลกได้สำเร็จ
เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 210 ปีแห่งการประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่นี้ Les Ateliers Louis Moinet ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ของ 1816 CHRONOGRAPH ในโทนสีแชมเปญอบอุ่น
เฉดสีนี้ช่วยขับเน้นมิติความซับซ้อนของโครงสร้างหน้าปัดที่วางซ้อนกันในแต่ละชั้นได้อย่างโดดเด่นและยังปรากฏโทนสีนี้อีกครั้งบนข้อต่อกลางของสายนาฬิกา เสริมทรงและโครงสร้างทีเป็นเอกลักษณ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ย้อนคารวะต้นฉบับ คือการนำตัวเลขโรมันกลับมาใช้บนหน้าปัดย่อยวัดชั่วโมงโครโนกราฟ สอดคล้องกับผลงานชิ้นเอกดั้งเดิมของ Louis Moinet
“เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 210 ปีของโครโนกราฟเครื่องแรก เราเลือกสีพิเศษสำหรับ 1816 CHRONOGRAPH รุ่นนี้ เป็นสีที่สะท้อนเอกลักษณ์ของกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของเรือนนี้ สะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพอันเป็นเลิศ พร้อมถ่ายทอดขนบธรรมเนียมและศาสตร์แห่งกลไกอันวิจิตรของศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือการปล่อยให้กลไกนาฬิกาเองเป็นผู้กำหนดจิตวิญญาณของผลงาน” — Nathanaël Schaller, Creative Product Manager
การฟื้นมรดกแห่งตำนาน: โครโนกราฟ 1816
เริ่มแรกนั้น Louis Moinet ออกแบบเครื่องมืออันล้ำสมัยของเขา เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์ดวงดาว ซึ่งต้องอาศัยการคำนวณความเร็วการเคลื่อนที่ของดาวอย่างแม่นยำ ด้วย “thirds counter” (compteur de tierces/ กลไกวัดนาทีสามส่วน เป็นกลไกตัว นับที่สามารถวัดเวลาย่อยของวินาทีได้เป็นสามส่วน) นี้ ถือเป็นประดิษฐกรรมชิ้นแรกของโลกในประเภทนี้ และเป็นข้อพิสูจน์ถึงความอัจฉริยะของผู้สร้าง เพราะในเวลาต่อมา เครื่องมือนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘นาฬิกาโครโนกราฟ เรือนแรกของโลก’ ผลงานอันชาญฉลาดของ Louis Moinet ได้รวมเอานวัตกรรมมากมายมาไว้ด้วยกัน ซึ่งนวัตกรรมบางอย่างนั้นไม่มีใครทำซ้ำได้อีกเลยจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปกว่าศตวรรษ
ด้วย 1816 CHRONOGRAPH Les Ateliers Louis Moinet ได้สานต่อมรดกนี้ผ่านนาฬิกาในสไตล์ร่วมสมัยอย่างแท้จริงผ่าน DNA ของ compteur de tierces ของ Moinet ด้วยดีไซน์เรียบง่าย ใช้งานได้จริง และล้ำหน้ากว่ายุคสมัย สะท้อนให้เห็นในทุกรายละเอียด อัตลักษณ์ในงานออกแบบของต้นแบบดั้งเดิมได้รับการตีความใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงสอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติของงานประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิมอยู่เสมอ
A CHAMPAGNE EDITION เนื่องในโอกาส 210 ปีแห่งโครโนกราฟเครื่องแรก
เพื่อเป็นการรำลึกถึงครบรอบ 210 ปีของโครโนกราฟเครื่องแรก 1816 CHRONOGRAPH รุ่นล่าสุดนี้จึงมีโทนสีแชมเปญอันเปล่งประกาย โทนสีนี้สะท้อนถึงกลไกที่เป็นหัวใจของเรือนนี้ นั่นคือกลไกใหม่ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะสำหรับโครโนกราฟนี้ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วก็ชวนให้นึกถึงประเพณีงานช่างและจิตวิญญาณแห่งโอตอร์โลเฌอรีได้อย่างสมบูรณ์
บนหน้าปัดโทนสีนี้เพิ่มความลึกและความอบอุ่นให้กับองค์ประกอบโดยรวม และสร้างความแตกต่างอย่างประณีตกับเข็มสตีลสีน้ำเงิน วงแหวน rhodium-plated บนหน้าปัดย่อยช่วยสร้างโครงสร้างทางสายตาบนหน้าปัด เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่า อันเป็นดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาประวัติศาสตร์ต้นฉบับ และในอีกหนึ่งการคารวะต้นแบบ หน้าปัดย่อยวัดชั่วโมงโครโนกราฟยังคงใช้ตัวเลขโรมันตามแบบฉบับดั้งเดิม
โทนสีแชมเปญยังปรากฏอีกครั้งบนลิงก์กลางของสายนาฬิกาไทเทเนียมเกรด 5 ซึ่งทำหน้าที่เน้นรูปทรง U อันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมสาย และเพิ่มความโดดเด่นให้กับความลึกของงานประดิษฐ์อันมีชีวิตชีวานี้
กลไกใหม่ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงาน ตามแนวทางแบบดั้งเดิมแห่งงานประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง
ความท้าทายในการออกแบบกลไก LM1816 สำหรับ 1816 CHRONOGRAPH คือการรักษา DNA ของโครโนกราฟต้นฉบับของ Louis Moinet ไว้ พร้อมกับบูรณาการกลไกใหม่ที่สามารถตอบสนองมาตรฐานของงานนาฬิกาชั้นสูงได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่แรกเริ่ม โครงสร้างสถาปัตยกรรมของชุดกลไก ถูกออกแบบโดยมีตำแหน่งหน้าปัดย่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นต้นฉบับปี 1816 เป็นโจทย์สำคัญ
กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วน 330 ชิ้น รวมถึงทับทิมประดับ 34 เม็ด ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง
ส่วนด้านหลังที่เปิดโล่งเผยให้เห็นการทำงานอย่างสอดประสานของชิ้นส่วนกลไกรูปทรงต่างๆ ระนาบที่วางซ้อนทับและสะพานจักร อันเชื่อมต่อกันเป็นชุดทำงานอย่างแม่นยำ ความแตกต่างของสีนั้นโดดเด่นอย่างชัดเจน ทั้งสีขาวของสตีล พื้นผิวปัดซาตินและเฉดทองเหลืองของสะพาน สีน้ำเงินของสกรูยึด และสีแดงเข้มของทับทิม
สำหรับเหล่านักสะสมและผู้ที่ปรารถนาจะสัมผัสถึง “จิตวิญญาณ” ของเครื่องบอกเวลาอย่างใกล้ชิด ย่อมต้องประทับใจกับการไขลานด้วยมือ (Manual Winding) ที่มอบพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง ยังมีรายละเอียดของชุดกลไกอย่าง ระบบเข็มนาทีแบบขยับฉับพลัน (Instantaneous minute counter), จักรคอลัมน์วีล (Column wheel) ที่ควบคุมระบบจับเวลาได้อย่างแม่นยำ และ ตัวปรับตั้งสมดุลรูปคอหงส์ (Swan-neck regulator) ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ดึงดูดสายตาของผู้เชี่ยวชาญได้เป็นอย่างดี เพราะสิ่งเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่ยืนยันถึง ความเที่ยงแท้ ความประณีตบรรจง และคุณภาพอันเหนือระดับ ของกลไกภายในอย่างแท้จริง
นักสะสมนาฬิกาที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์กับกลไกของนาฬิกาอย่างใกล้ชิด จะได้เพลิดเพลินกับการไขลานด้วยมือ ซึ่งรับประกันการสำรองพลังงานนาน 48 ชั่วโมง ขณะที่ instantaneous minute counter, column wheel และ swan-neck regulator คือองค์ประกอบที่ดึงดูดสายตาผู้เชี่ยวชาญ เพราะเป็นพยานแห่งความแท้จริง ความพิถีพิถัน และคุณภาพของกลไกนาฬิกา
ตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์
ตัวเรือนทรง double-gadroon รังสรรค์จากไทเทเนียมเกรด 5 พื้นผิวขัดเงาผสมผสานขัดซาติน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.6 มิลลิเมตร ประกอบขึ้นอย่างซับซ้อนด้วยชิ้นส่วนถึง 51 ชิ้น ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของดีไซน์ semi-bassine แบบ Directoire ดั้งเดิม พร้อมตัวเรือนกลางเรียบง่าย ปุ่มกดสองปุ่มเรียบง่ายขนาบข้างเม็ดมะยมไขลาน ซึ่งตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ fleur-de-lys (ตราดอกลิลลี่) ตราประจำเมือง Bourges บ้านเกิดของ Louis Moinet นาฬิกา 1816 ที่สง่างามและคลาสสิกนี้ถูกออกแบบให้สวมใส่สบายบนข้อมืออย่างยิ่ง
วิสัยทัศน์ล้ำสมัยของ Louis Moinet และหน้าปัดของ 1816
ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา เมื่อกลไกนาฬิกาพัฒนาให้เที่ยงตรงยิ่งขึ้น ช่างนาฬิกาผู้ชำนาญก็เริ่มให้ความสำคัญกับความงามและความชัดเจนในการอ่านค่ามากขึ้น Louis Moinet ก็เช่นกัน การจัดวางหน้าปัดย่อยบน compteur de tierces ของเขาได้คาดการณ์รูปแบบของโครโนกราฟในศตวรรษที่ 20 ไว้อย่างล้ำหน้า ซึ่งได้สร้างสมดุลอันงดงามระหว่างประโยชน์ใช้สอยและการออกแบบ จนกลายเป็นอินเทอร์เฟซการจับเวลาที่สมบูรณ์แบบ
ในเวอร์ชั่นร่วมสมัยนี้ยังคงรักษาโครงสร้างหน้าปัดที่ทำหน้าที่นี้ไว้อย่างมั่นคง โดยใช้การจัดวางเช่นเดียวกับที่ Louis Moinet ออกแบบไว้ หน้าปัดย่อยแสดงวินาทีและ 30-minute instantaneous totaliser (หน้าปัดย่อยจับเวลา 30 นาทีแบบเข็มกระโดดฉับพลัน) ถูกจัดเรียงในแนวนอนช่วงครึ่งบนของหน้าปัด โดยอยู่คนละด้านของเข็มนาฬิกากลางหน้าที่ทำหน้าที่จับเวลาแบบโครโนกราฟ และอยู่เหนือหน้าปัดจับเวลายาวนาน 12 ชั่วโมง โดยหน้าปัดย่อยวัดชั่วโมงของเอดิชั่นใหม่นี้ตกแต่งด้วยพื้นผิวขัดซาตินและใช้ตัวเลขโรมัน สะท้อนถึงต้นฉบับที่ Louis Moinet สร้างขึ้นในปี 1816
หน้าปัดทั้งหมดประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 23 ชิ้น รวมถึงหมุดนิกเกิลเคลือบดำสิบตำแหน่ง พื้นและศูนย์กลางของหน้าปัดย่อยสีแชมเปญทั้งสามตกแต่งด้วยเทคนิค bead-blasted คงความซื่อตรงต่อผลงานต้นฉบับ ขอบหน้าปัดที่แบ่งเป็นช่วงละ 6 นาทียึดเข้ากับตัวเรือนด้วยสกรูสตีลที่ผ่านความร้อนสูงจนกลายเป็นสีน้ำเงิน 4 ตัว
เทคนิคการแกะสลักช่วยให้สามารถสลักรายละเอียดบนหน้าปัดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์บอกค่า ชื่อรุ่น “1816” และชื่อ “Louis Moinet” ซึ่งถ่ายทอดด้วยแบบอักษรเดียวกับงานสร้างสรรค์ดั้งเดิม
เข็มนาฬิกากลางหน้าที่ทำหน้าที่จับเวลาในระบบโครโนกราฟ และเข็มจับเวลาบนหน้าปัดย่อย ต่างทำจากสตีลที่ผ่านความร้อนสูงจนกลายเป็นสีน้ำเงิน ส่วนเข็มบอกชั่วโมงและนาทีออกแบบในแบบฉบับโปร่งตาม สไตล์ของ Louis Moinet พร้อมปลายเข็มเคลือบสารเรืองแสงเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง
2026: สองวาระประวัติศาสตร์แห่ง Louis Moinet
ปี 2026 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Louis Moinet เพราะเป็นทั้งวาระครบรอบ 210 ปีแห่งการประดิษฐ์โครโนกราฟเครื่องแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่ง Louis Moinet สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1816 และยังเป็นวาระครบรอบ 220 ปีของปี 1806 อีกด้วย ซึ่งปีนั้นฝังรากลึกอยู่ในตัวตนของ Les Ateliers Louis Moinet อย่างแยกไม่ออก
เพราะในปีนั้นเอง Louis Moinet ได้สร้างนาฬิกาแขวนผนังอันวิจิตรสำหรับนโปเลียน จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสผู้เพิ่งได้รับการสวมมงกุฎ ผลงานชิ้นนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนในเส้นทางของ Louis Moinet และเปิดประตูสู่งานรับสั่งอันทรงเกียรติจากบุคคลสำคัญแห่งยุคสมัยนับแต่นั้นเป็นต้นมา
รายละเอียดเชิงเทคนิค
นาฬิกา รุ่น: 1816 CHRONOGRAPH
ตัวเรือน วัสดุ: ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน | คริสตัลแซฟไฟร์พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนสองด้าน เส้นผ่านศูนย์กลาง | ความหนา: 40.6 มม. | 14.7 มม. กันน้ำ: 50 เมตร
หน้าปัดและชุดเข็ม หน้าปัด: สี rhodium-plated และแชมเปญ | โครงสร้าง 23 ชิ้น | พื้นผิวพ่นทราย | ตัวอักษรแกะสลัก | หมุดนิกเกิลเคลือบดำ 10 ตัว | สกรูสตีลสีน้ำเงิน 4 ตัว วงหน้าปัดย่อย: วงแหวนขัดซาติน พื้นกลางพ่นทราย ขอบวงแหวนรอบหน้าปัด: พ่นทราย ชุดเข็ม: เข็มชั่วโมงและนาทีแบบโปร่งตาและมีแง่มุม พร้อมเคลือบสารเรืองแสง | เข็มโครโนกราฟและเข็มจับเวลาบนหน้าปัดย่อยจากสตีลที่ผ่านความร้อนจนกลายเป็นสีน้ำเงิน
กลไก — Calibre LM1816 ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง | นาที | วินาทีบนหน้าปัดย่อย | โครโนกราฟ 30 นาทีและ 12 ชั่วโมงบนหน้าปัดย่อย ความซับซ้อน: ควบคุมการจับเวลาด้วยชุดคอลัมน์วีลโครโนกราฟ เส้นผ่านศูนย์กลาง | ความหนา: 30.4 มม. | 7.9 มม. ชนิดกลไก: ไขลานด้วยมือ รอบการแกว่ง: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง ทับทิม: 34 เม็ด การสำรองพลังงาน: 48 ชั่วโมง
สาย ไทเทเนียมเกรด 5 ขัดเงาและขัดซาติน พร้อมเคลือบ DLC (Diamond-Like Carbon) สีแชมเปญ
