ความแม่นยำเพียงเสี้ยวหนึ่งของรอบ
ประดิศฐกรรมแห่งการรำลึกถึงโมเดลต้นฉบับอย่างซื่อตรงอย่างนาฬิกา Tinkler 1958 (ทิงก์เลอร์) คือการเฉลิมฉลองมรดกอันรุ่งโรจน์ของ Angelus ในฐานะผู้สร้างสรรค์นาฬิกาประเภทส่งเสียงบอกเวลาอันทรงคุณค่า นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบ Quarter-repeater (ควอเทอร์-รีพีทเตอร์) ที่มาพร้อมกับชุดกลไกส่งเสียงบอกเวลาทุก 15 นาที โดยถือเป็นรุ่นการผลิตจำนวนจำกัดแบบคู่ ที่มีให้เลือกสรรทั้งในวัสดุทองคำและเหล็กกล้า ซึ่งเป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมแห่งการผลิตเครื่องมือวัดเวลาอันเที่ยงตรง ซึ่งเป็นรากฐานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงงานแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
เสียงกังวาน – จุดกำเนิดแห่ง Angelus
นับแต่การก่อตั้งในปี 1891 นามของ Angelus ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่เคียงคู่กับเสียงกังวานของระฆังเสมอมา เสียงระฆังนี้ได้ดังก้องผ่านประวัติศาสตร์ ทำหน้าที่ขานเวลาตามเมืองและหมู่บ้านต่าง ๆ มาอย่างช้านาน ก่อนที่นาฬิกาส่วนบุคคลจะถูกประดิษฐ์ขึ้นเสียด้วยซ้ำ เมื่อเกือบ 130 ปีที่แล้ว หรือตรงกับวันที่ 15 เมษายน 1896 สองพี่น้อง Albert and Gustav Stolz ( อัลเบิร์ต และ กุสตาฟ สตอลซ์) ได้จดสิทธิบัตรฉบับแรก ๆ ของแบรนด์ ในชื่อ ‘Silent strike governor for repeater mechanisms’ หรืออุปกรณ์ควบคุมจังหวะการตีบอกเวลาที่ทำงานได้อย่างเงียบสนิท นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลไกบอกเวลาด้วยเสียง จึงเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่อยู่ในคอลเลกชันต่าง ๆ ของ Angelus มาโดยตลอด
การนำปรัชญาทางเทคนิคนี้มาประยุกต์ใช้อย่างมีความหมาย ทำให้ Angelus ได้ออกแบบนาฬิกาแบบบอกเวลาด้วยเสียงควบคู่กับอักษรเบรลล์ เพื่อมอบให้แก่เหล่าทหารที่สูญเสียการมองเห็นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยนาฬิกาเหล่านี้สามารถบอกเวลาได้ทั้งจากการฟังเสียง หรือการสัมผัสผ่านเครื่องหมายบอกชั่วโมงที่จับคู่กับสัญลักษณ์อักษรเบรลล์ ซึ่งนับเป็นแนวทางการประดิษฐ์นาฬิกาที่นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มศักยภาพเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง
จากนั้น Angelus ได้มุ่งเน้นการวิจัยไปที่กลไกสลับซับซ้อนอื่น ๆ และได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมสำคัญหลายรายการ รวมถึงรุ่น Chronodate (โครโนเดท) อันเลื่องชื่อในปี 1942 ต่อมาในยุคทศวรรษ 1950 Angelus ได้หวนคืนสู่กลไกบอกเวลาด้วยเสียงอีกครั้ง โดยได้จดสิทธิบัตรสำหรับ ‘นาฬิกาข้อมือแบบส่งเสียงบอกเวลา’ ในปี 1958 หลังจากนั้นไม่นาน นาฬิการุ่น Tinkler ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับกลไกที่ได้รับสิทธิบัตรนี้ โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกนาฬิกากลไกบอกเวลาทุก 15 นาทีแบบไขลานอัตโนมัติ ที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำรุ่นแรก ๆ ของโลก
สดุดีแด่ต้นฉบับอันทรงคุณค่า
ด้วยแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์นี้ ในวันนี้ได้นำหนึ่งในนาฬิการุ่นที่หายากและประณีตที่สุดกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง นั่นคือรุ่น Tinkler โดยอ้างอิงจากรุ่นต้นฉบับปี 1958 สำหรับรุ่นตัวเรือนทองคำจะผลิตจำกัดเพียง 15 เรือน ในขณะที่รุ่นตัวเรือนเหล็กกล้าจะผลิตจำกัดเพียง 25 เรือนเท่านั้น
ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร เปล่งประกายเสน่ห์ด้วยรูปลักษณ์ย้อนยุคตามสไตล์ทศวรรษ 1950 อย่างชัดเจน ซึ่งเน้นความสะอาดตา เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสง่างาม โดยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา เม็ดมะยมจะถูกจัดวางอย่างสมดุลกับปุ่มกดสำหรับเปิดการทำงานของกลไกบอกเวลาทุก 15 นาที ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญทั้งในเชิงฟังก์ชันและเชิงประวัติศาสตร์ของนาฬิการุ่นนี้ นอกจากนี้ ฝาหลังแบบขันเกลียวยังประทับอักษรย่อ ‘A’ ซึ่งเป็นการย้ำเตือนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์อย่างสุขุมแต่โดดเด่นในคราวเดียวกัน
หน้าปัดซันเบิร์สต์สีขาวที่โค้งมนอย่างประณีต มาพร้อมกับเครื่องหมายบอกชั่วโมงที่มีลักษณะเฉพาะตัวตามแบบฉบับของเรือนต้นฉบับ โดยที่ตำแหน่งเที่ยงวัน ตัวเลข 12 สไตล์โมเดิร์นนิสต์ ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ของตัวเรือนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะที่ตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับกลไกบอกเวลาทุก 15 นาที จะปรากฏเครื่องหมายบอกชั่วโมงรูปทรงคล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์อันเป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบบนหน้าปัดเหล่านี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน พร้อมการตกแต่งด้วยสีทอง ซึ่งช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับการรำลึกถึงมรดกอันล้ำค่าของ Angelus อย่างแท้จริง
นาฬิกา Tinkler 1958 มาพร้อมกับสายหนังส่วนข้างของจระเข้ ซึ่งเป็นการเลือกสรรวัสดุที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ช่วยเสริมภาพลักษณ์ย้อนยุคและความโดดเด่นเฉพาะตัวของนาฬิกาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยรุ่นตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต จะจับคู่กับสายหนังสีน้ำเงินเข้มดั่งสีน้ำหมึก ส่วนรุ่นตัวเรือนเหล็กกล้าจะมาพร้อมกับสายสีน้ำตาลอานม้า ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับหัวสายแบบเข็มขัดนั้นจะผลิตจากวัสดุทองคำหรือเหล็กกล้าไร้สนิมเพื่อให้เข้ากับตัวเรือนอย่างสมบูรณ์แบบ
ความแม่นยำ เสียงกังวาน และความประณีต
นาฬิกา Tinkler 1958 รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ใหม่ล่าสุด Angelus A600 ซึ่งสามารถส่งเสียงบอกเวลาเป็นชั่วโมงและทุก 15 นาทีได้ตามต้องการเพียงกดปุ่มที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา โดยเสียงบอกชั่วโมงแต่ละครั้งจะถูกขานด้วยเสียงกังวานใสบนฆ้องชุดแรก และหากจำเป็น กลไกคาลิเบอร์นี้จะทำการตีประสานเสียงคู่บนฆ้องสองชุดเพื่อส่งสัญญาณบอกเวลาในทุก ๆ 15 นาที โดยตีต่อเนื่องสูงสุดได้สามลำดับ ด้วยความซื่อตรงต่อมรดกในฐานะผู้ผลิตเครื่องมือวัดเวลา Angelus จึงเลือกใช้แนวทางด้านเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเข้าใจได้ง่าย โดยคอลเลกชัน Tinkler นี้ โดดเด่นด้วยการส่งเสียงบอกเวลาที่ใสและแม่นยำยามเมื่อกลไกตีตรากังวานออกมา
กลไกคาลิเบอร์ Angelus A600 เป็นระบบกลไกไขลานอัตโนมัติ ที่ทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ และสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง การตกแต่งรายละเอียดของกลไกนี้สะท้อนถึงความพิถีพิถันของช่างนาฬิกาได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น แผ่นฐานเครื่องที่ตกแต่งด้วยลวดลายก้นหอย, สะพานจักรเคลือบพัลลาเดียม ตกแต่งด้วยลาย Côtes de Genève (คอท เดอ เฌอเนฟ) พร้อมการลบเหลี่ยมมุมให้เงางาม, วงล้อจักรแบบขอบนูน, สกรูสตีลเปลี่ยนสีด้วยความร้อนจนเป็นสีน้ำเงินและผ่านการลบมุม พร้อมส่วนหัวสกรูที่ขัดเงาดั่งกระจก รวมถึงโรเตอร์ขึ้นลานที่ทำจากทังสเตนตกแต่งลายซันเบิร์สต์
ขนบธรรมเนียมแห่งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ได้นิยามตนเองอย่างชัดเจนในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแม้ในปัจจุบัน ภายใต้สายการผลิตของ La Fabrique (ลา ฟาบริค) ทางแบรนด์ก็ยังคงนำเสนอเฉพาะคอลเลกชันที่มาพร้อมฟังก์ชันสำหรับกิจกรรมเฉพาะทาง อาชีพเฉพาะด้าน หรือการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากนาฬิกาโครโนกราฟสำหรับการแข่งรถ การใช้งานทางการแพทย์ และการวัดระยะทางด้วยเทเลมิเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงความเชี่ยวชาญนี้ นาฬิกา Tinkler 1958 คือส่วนหนึ่งของมรดกอันเลื่องชื่อดังกล่าว และเป็นตัวแทนในยุคสมัยใหม่ที่สะท้อนถึงขนบธรรมเนียมอันกล้าหาญแต่ยังคงไว้ซึ่งประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง
