JACOB & CO. - THE GODFATHER II - Pendulum
Jacob & Co. | News
9 เมษายน 2026
JACOB & CO. – THE GODFATHER II
The Only Double Melody Musical Timepiece

Jacob & Co. ตอกย้ำความสำเร็จของเรือนเวลาธีม The Godfather ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว The Godfather II นาฬิกาดนตรีที่สามารถบรรเลงท่วงทำนองของสองบทเพลงจากดนตรีประกอบภาพยนตร์ ได้แก่ “The Godfather’s Waltz” และ “The Godfather Love Theme”

ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมโค้งดีไซน์ใหม่ของ The Godfather II ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) มอบสมรรถนะด้านการกระจายเสียงและความเข้มของเสียงที่ดียิ่งขึ้น กลไกที่ออกแบบอย่างเพรียวลมประกอบด้วยฟลายอิงทูร์บิญองและตัวบ่งชี้กำลังสำรองสองชุด ผสานความซับซ้อนทางดนตรีเข้ากับศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง เรือนเวลารุ่นนี้ถือเป็นบทสดุดีอันประณีตแด่ภาพยนตร์เรื่องโปรดของ Jacob Arabo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยโดดเด่นด้วยกลไกพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว The Godfather II ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 74 เรือน เพื่อรำลึกถึงปี 1974 ซึ่งเป็นปีที่ภาพยนตร์ออกฉาย

บทประพันธ์ระดับโลกทั้งสองบทที่นีโน โรตา (Nino Rota) แต่งขึ้นให้แก่ผู้กำกับ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) ถือเป็นแกนหลักของอัตลักษณ์ The Godfather II โดย “The Godfather Love Theme” ทำหน้าที่เป็นธีมหลักของแฟรนไชส์ ขณะที่ “The Godfather’s Waltz” ที่ปรากฏครั้งแรกในฉากงานแต่งงานของภาพยนตร์ภาคต้น ทั้งสองบทเพลงถูกบรรเลงผ่านกลไกกล่องดนตรีที่บูรณาการอยู่ภายในกลไกนาฬิกาซึ่งเป็นหัวใจของ The Godfather II

“The Godfather Part II เป็นเสมือนหนังภาคต่อที่ทำออกมาได้ทรงพลังไม่แพ้ภาคแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก” เจคอบ อาราโบ (Jacob Arabo) ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง Jacob & Co. กล่าว “เราทุ่มเททั้งความคิดและความสร้างสรรค์อย่างมหาศาลให้กับผลงานชิ้นที่สองนี้ และเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นภาคต่อที่ควรค่าอย่างแท้จริง”

ผลงานที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ใหม่ JCAM62 นี้ นำเสนอความพิเศษที่ไม่เหมือนใครในโลกแห่งการทำนาฬิกาในปัจจุบัน นั่นคือ ตัวเลือกทำนองที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สามารถเลือกบทเพลงได้สองท่วงทำนอง เมื่อกดปุ่มกระตุ้นที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกา บทเพลงแต่ละบทจะบรรเลงต่อเนื่องประมาณ 15–20 วินาที และสามารถเล่นซ้ำได้สูงสุด 10 ครั้งต่อการขึ้นลานครั้งเดียว ทั้งสองบทเพลงถูกบรรจุไว้บนกระบอกกล่องดนตรีชุดเดียว ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่ช่วยให้การออกแบบตัวเรือนกะทัดรัดขึ้น ขณะยังคงบรรจุฟลายอิงทูร์บิญองแบบหมุนรอบตัวในหนึ่งนาทีไว้ได้อย่างสมบูรณ์

“ผมต้องการให้ The Godfather II มอบมุมมองที่แตกต่างต่อแนวคิดของนาฬิกาดนตรี” เจคอบ อาราโบ (Jacob Arabo) กล่าวเสริม “เราออกแบบตัวเรือนอันประณีตซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทศวรรษ 1930 และใช้เวลาถึงสามปีในการพัฒนากลไกที่สามารถบรรเลงได้สองบทเพลง และยังคงรักษาสัดส่วนของตัวเรือนให้มีขนาดพอดีสำหรับการสวมใส่จริง”

JAC_Godfather II_Wristshot
JAC_Godfather II_Wristshot

ราวกับฉากในภาพยนตร์

การออกแบบผลงาน The God Father II อัดแน่นไปด้วยแรงบันดาลใจจากโลกภาพยนตร์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญ Jacob & Co ไว้ได้อย่างครบถ้วน หน้าปัดแลคเกอร์สีดำสะท้อนบรรยากาศของหนังแนว Film’s Noir ที่มักใช้โทนสีดำสะท้อนด้านมืดที่สะเทือนอารมณ์ของสังคม สอดรับกับดีไซน์รอยรูกระสุนปืนที่สลักบนฝาหลังที่บอกเล่าถึงความรุนแรงได้อย่างชัดเจน เม็ดมะยมตกแต่งด้วยร่องเกลียวที่ชวนให้นึกถึงลำกล้องปืน และลวดลายดอกกุหลาบของตัวละครดอน คอร์ลีโอเน (Don Corleone) ถูกสลักไว้ตามแนวตัวเรือนอย่างประณีต

ภาพของมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) ผู้รับบทดอน คอร์ลีโอเน (Don Corleone) ประดับอยู่บนหน้าปัดอย่างโดดเด่น พร้อมภาพมือที่กำลังเล่นหุ่นเชิดอันเป็นซิกเนเจอร์ของแฟรนไซส์ ถ่ายทอดออกมาประดับอยู่บนหน้าปัดในรูปแบบสามมิติ

ตัวเรือนทองคำโรสโกลด์ขนาด 42 x 44 มิลลิเมตรเผยโฉมการออกแบบที่แตกต่างออกไปจาก Opera Godfather ด้วยเส้นสายโค้งมนที่สวมใส่สบายและสไตล์อาร์ตเดโคอันสง่างาม ฝาหลังโดดเด่นด้วยช่องกระจกแซฟไฟร์รูปทรงเปียโน เผยให้เห็นชุดซี่กลไกกล่องดนตรีภายใน และปิดทับด้วยเพลตที่สลักโน้ตเพลง The Godfather Love Theme ฉบับจริงไว้อย่างประณีต

 

แรงบันดาลใจส่วนตัว

สำหรับเจคอบ อาราโบ (Jacob Arabo) The Godfather มีความหมายอันลึกซึ้งเป็นส่วนตัวกับเขา

“เมื่อผมเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาในปี 1979 ตอนนั้นอายุเพียง 14 ปีและยังไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้” เขาเล่าย้อนความหลัง “ผมใช้เวลาถึงสองปีกว่าจะมีเงินพอซื้อบัตรชมภาพยนตร์ The Godfather จึงกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ผมได้ดูในโรงภาพยนตร์”

ประสบการณ์ครั้งนั้นได้จุดประกายแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คอลเลกชัน Opera Godfather จนถึง The Godfather II โดยแต่ละเรือนถ่ายทอดเรื่องราวสองแง่มุมควบคู่กัน ทั้งเรื่องราวของตระกูลคอร์ลีโอเน และเส้นทางชีวิตของอาราโบเอง บทเปิดเรื่องของภาพยนตร์ที่ว่า “I believe in America” สะท้อนถึงหัวใจของเขาในฐานะผู้อพยพวัยหนุ่ม และกลายเป็นแก่นทางอารมณ์สำคัญของคอลเลกชันนี้

JAC_Godfather II_caseback
JAC_Godfather II_caseback

หวีตัวโน้ตและกระบอกเสียง

หัวใจของคาลิเบอร์ JCAM62 คือระบบกล่องดนตรีอันละเอียดซับซ้อนที่ประกอบด้วยหวีตัวโน้ตเป็นซี่เรียงรายและกระบอกเสียง ซี่เหล็กจำนวน 18 ซี่ ให้เสียงโน้ตที่แตกต่างกันตามความยาวของแต่ละซี่ ขณะที่กระบอกทองเหลืองซึ่งประดับด้วยหมุดเล็ก ๆ จะทำหน้าที่กระตุ้นให้ซี่เหล่านั้นบรรเลงตามลำดับอย่างประณีต

เมื่อเลื่อนปุ่มเลือกสลับท่วงทำนองไปด้านข้างเพียงไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น หมุดที่สัมผัสกับแนวหวีตัวโน้ตก็จะสลับตัว ทำให้นาฬิกาสลับไปบรรเลงท่วงทำนองระหว่างสองบทเพลงได้อย่างราบรื่น

 

การจัดการพลังงาน

The Godfather II มาพร้อมมาตรแสดงระดับพลังงานสำรองสองตำแหน่ง กลไกหลักมีพลังงานสำรองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ขณะที่อีกชุดหนึ่งทำหน้าที่ติดตามพลังงานที่ใช้สำหรับกล่องดนตรี เมื่อขึ้นลานจนเต็ม นาฬิกาจะสามารถบรรเลงได้สูงสุดถึง 10 บทเพลง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ต่อยอดจาก Opera Godfather รุ่นแรก และเมื่อพลังงานลดลง ผู้สวมใส่ก็จะสามารถมองเห็นและทราบว่าถึงเวลาต้องขึ้นลานใหม่

 

สืบทอดมรดกแห่ง The Godfather

The Godfather II เป็นผลงานที่สืบทอดมรดกจาก Opera Godfather นาฬิกาดนตรีขนาด 49 มิลลิเมตรรุ่นแรกที่สร้างขึ้นภายใต้ข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับ Paramount Pictures เป็นรุ่นที่โดดเด่นด้วยทูร์บิญองสามแกน และกลไกที่หมุนได้เมื่อกล่องดนตรีถูกเปิดใช้งาน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับคอลเลกชันนี้

ผลงานรุ่นต่อ ๆ มา ไม่ว่าจะเป็น Opera Godfather Baguette, Opera Godfather Minute Repeater, Opera Godfather 50th Anniversary, รวมถึง Godfather Pen และ Godfather Decanter ต่างช่วยขยายขอบเขตทั้งเชิงเทคนิคและศิลปะให้กว้างไกลยิ่งขึ้น และด้วยผลงาน The Godfather II นี้เอง Jacob & Co. ได้สืบสานมรดกนั้นให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ถ่ายทอดการตีความที่กะทัดรัดขึ้น มีความล้ำหน้าทางเทคนิค และเปี่ยมด้วยมิติทางอารมณ์ยิ่งขึ้น

JAC_Godfather II_Close up
JAC_Godfather II_Close up