September 28, 2023




For those who carry the beach in their hearts no matter where they go, Franck Muller presents a bold new collection capturing the essence of carefree holidays and endless possibilities.

It’s sun, surf and sand galore as the House makes waves with its latest creation: the Vanguard Beach. Brightly coloured in fiery red, ocean blue, and summer green, these monochromic timepieces evoke la dolce vita with a splash of sporty chic, seamlessly blending vivid fashion-forward colours with Franck Muller’s trademark case shape.

First introduced in 2014, the Vanguard expressed a casual, sporty vibe that didn’t just explore a new facet of the brand, but also alluded to its eponymous founder’s penchant for tonneau-shaped timepieces. The watch’s curved tonneau case had a weighty presence, but remained eminently wearable thanks to its lack of lugs; these features quickly made the Vanguard popular with both seasoned connoisseurs and newcomers alike. Indeed, the collection has grown into a key pillar for Franck Muller, which the brand continues to expand upon by exploring various themes through different materials, colours, and complications.



In the latest of these, the Vanguard Beach line, Franck Muller demonstrates its mastery over both design and material engineering. Here, the material for the familiar Vanguard watch case has been carefully chosen and constructed in a glass fibre composite, which has been specially tailored to create a pattern of undulating lines reminiscent of ripples in the sand on a beach. To accomplish this, glass is first melted at 1,500°C and drawn into ultra-fine filaments, then cooled down and formed into sheets at a lower temperature of 700°. Next, these sheets are dyed in colour baths, before being layered and compressed into blocks that can be machined into watch cases.

By managing the individual steps in this process, Franck Muller precisely controls the exact hues of the Vanguard Beach, while also creating the line’s distinctive pattern. This customisation has, in turn, been meticulously matched by the dial and strap for a striking tone-on-tone look that emphasises the Vanguard’s design in three eye-catching colours, inspired by the glistening blues and greens of the sea and the fiery sunsets that paint the sky.

Unique aesthetics aside, the glass fibre composite is also a lightweight yet robust alternative to traditional case materials. At just a quarter the density of steel – with comparable mechanical strength to boot – the glass fibre composite is the perfect material for a light, durable case. This makes the Vanguard Beach suitable for every occasion of course, from coastal escapades to partying the night away. Rendering the case in this material, Franck Muller also draws parallels to glass fibre composite’s applications in sports equipment – an important aspect of the Vanguard collection’s identity. A self-winding movement with a date display and 42-hour power reserve completes the package for a timepiece that is as convenient to wear as it is versatile.

Designed to encapsulate the boundless energy of the coast in every tick, the Vanguard Beach is yet another showcase of Franck Muller’s work to push the boundaries of the Vanguard collection. The line will enrapture men and women alike, embodying the spirit of sun-soaked days and carefree moments, all while embracing the impeccable craftsmanship and functionality that the House is renowned for.

All three references, in fiery red, ocean blue, and summer green, will be available exclusively across Asia Pacific.



สดใสและโดดเด่น ด้วยผลงานอันกล้าหาญ ของแฟรงค์ มุลเลอร์ แวงการ์ด บีช คอลเลกชัน


สำหรับผู้ที่หลงใหลในสีสันและความมีชีวิตชีวาแห่งชายหาดอยู่เสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ใด แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) พร้อมนำเสนอคอลเลกชันอันสดใสและโดดเด่นใหม่ที่จับหัวใจของช่วงเวลาแห่งวันหยุดพักผ่อน พร้อมทั้งเผยมิติแห่งความเป็นไปได้อย่างไม่มีสิ้นสุด

เปรียบดั่งดวงอาทิตย์ คลื่นทะเลและผืนทราย เมื่อเฮาส์ (House) แห่งนี้ได้สร้างสรรค์เกลียวคลื่นแห่งความโดดเด่นขึ้นด้วยผลงานใหม่ล่าสุดใน แวงการ์ด บีช (Vanguard Beach) อันเต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันและความสดใสภายใต้เฉดสีแดงเพลิง ฟ้าน้ำทะเล และซัมเมอร์กรีน ที่เรือนเวลาสไตล์โมโนโครมนี้เชื้อชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่ง ลา โดลเซ วิตา (la dolce vita) ด้วยเฉดสีสปอร์ตชิคซึ่งผสมผสานอย่างกลมกลืนเข้ากับแฟชั่นอันทันสมัย พร้อมมุ่งหน้าสู่สีสันและความมีเอกลักษณ์ของรูปทรงตัวเรือนนาฬิกาเฉพาะของแฟรงค์ มุลเลอร์

เปิดตัวแนะนำครั้งแรกในปี ค.ศ. 2014 แวงการ์ด (Vanguard) ได้แสดงออกถึงความชีวิตชีวาสไตล์แคชชวลและสปอร์ต ที่ไม่เพียงสำรวจถึงมุมมองใหม่ๆ ของแบรนด์ แต่ยังอ้างอิงถึงความชื่นชอบของผู้ก่อตั้งที่มีต่อเรือนเวลารูปทรงตอนโน (tonneau-shaped) โดยตัวเรือนทรงตอนโนโค้งของนาฬิกาได้มอบการปรากฏตัวที่แม้ดูราวกับมีน้ำหนัก แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงสามารถสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบายและกลมกลืน อันเป็นผลลัพธ์มาจากตัวเรือนแบบไร้หูเชื่อมสาย โดยคุณสมบัติเหล่านี้ได้สร้างให้ แวงการ์ด ได้รับความนิยมทั้งจากเหล่าผู้ซึ่งหลงใหลในนาฬิกามุมมองใหม่ๆ และผู้ที่เริ่มต้นสนใจเรือนเวลาเช่นกัน นั่นยังทำให้คอลเลกชันนี้สามารถเติบโตสู่การเป็นคอลเลกชันหลักของแฟรงค์ มุลเลอร์ ที่แบรนด์ยังคงเดินหน้าขยายพรมแดนโดยการสำรวจแนวคิดอันหลากหลายผ่านวัสดุ สีสัน และความสลับซับซ้อนอันโดดเด่นและแตกต่าง

ภายในผลงานล่าสุดเหล่านี้ของ แวงการ์ด บีช นับเป็นอีกครั้งที่ แฟรงค์ มุลเลอร์ ได้สาธิตถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ทั้งต่องานออกแบบและวิศวกรรมวัสดุ ด้วยผลงานที่เลือกสรรวัสดุสำหรับตัวเรือนแวงการ์ดอันคุ้นเคยมาอย่างพิถีพิถัน จากการรังสรรค์กลาสไฟเบอร์คอมโพสิต ซึ่งออกแบบและผลิตขึ้นเฉพาะเพื่อสร้างสรรค์ลวดลายของเส้นสายราวระลอกคลื่นทิ้งไว้บนผืนทรายแห่งชายหาดอันบริสุทธิ์ และเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นี้ กระจกแก้วจึงจำเป็นต้องผ่านการหลอมในขั้นตอนแรกที่อุณหภูมิ 1,500 องศาเซลเซียส และสร้างสรรค์เป็นเส้นใยอันละเอียดอ่อนอย่างมาก จากนั้นจึงถูกทำให้เย็นลงและสร้างรูปกลายเป็นแผ่นกระจก ณ อุณหภูมิต่ำลงที่ 700 องศาเซลเซียส จากนั้นแผ่นกระจกเหล่านี้จึงถูกย้อมในอ่างสี ก่อนที่จะถูกจัดวางเป็นชั้นและบีบอัดเข้าด้วยกันเป็นบล็อก ก่อนจะสามารถผลิตขึ้นรูปเป็นตัวเรือนของนาฬิกา



ภายใต้กระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอนนี้ แฟรงค์ มุลเลอร์ ยังควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้เหลือบสีที่ต้องการของ แวงการ์ด บีช ขณะเดียวกันยังสร้างสรรค์เป็นลวดลายของเส้นสายที่มีเอกลักษณ์ โดยผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้ ในทางกลับกันได้กลายเป็นการจับคู่อันละเอียดอ่อนระหว่างหน้าปัดและสายนาฬิกาเฉดสีแบบโทนออนโทนอันโดดเด่น ที่ตอกย้ำถึงงานออกแบบของ แวงการ์ด ในสามเฉดสีสะกดสายตา ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโทนสีฟ้าอันแวววาวเจิดจรัส และเฉดสีเขียวของท้องทะเล รวมถึงฉากของพระอาทิตย์ตกสีแดงเพลิงราวดั่งวาดไว้บนท้องฟ้า

นอกเหนือจากความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวแล้ว กลาสไฟเบอร์คอมโพสิตยังเป็นตัวเลือกอันโดดเด่นด้วยคุณสมบัติเด่นทั้งความมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งทนทานเหนือกว่าวัสดุตัวเรือนนาฬิกาทั่วไป ด้วยความหนาแน่นเพียงหนึ่งในสามของสตีล แต่คงความแข็งแกร่งทางเทคนิค โดยกลาสไฟเบอร์คอมโพสิตนี้เป็นวัสดุอันสมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างสรรค์ตัวเรือนนาฬิกาที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนทานสูง จึงทำให้ แวงการ์ด บีช เหมาะสำหรับทุกๆ โอกาสได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการหลีกหนีสู่การพักผ่อนริมชายฝั่งไปจนถึงงานเลี้ยงสังสรรค์ยามราตรี ความมีเอกลักษณ์ของตัวเรือนซึ่งทำจากวัสดุนี้ แฟรงค์ มุลเลอร์ ยังได้ดึงข้อได้เปรียบอันเหนือชั้นมาจากการใช้กลาสไฟเบอร์คอมโพสิตในอุปกรณ์กีฬาต่างๆ และมอบเป็นมิติอันสำคัญที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน แวงการ์ด พร้อมด้วยพลังขับเคลื่อนของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติแสดงวันที่ และสำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง ที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของเรือนเวลาด้วยความสะดวกสบายสำหรับการสวมใส่ เช่นเดียวกับความหลากหลายของสไตล์การใช้งาน

ออกแบบมาเพื่อหลอมรวมซึ่งพลังอันไร้พรมแดนของชายฝั่งในทุกๆ ห้วงเวลา แวงการ์ด บีช เป็นอีกหนึ่งการแสดงออกถึงการทำงานของแฟรงค์ มุลเลอร์ เพื่อผลักดันและขยายพรมแดนต่างๆ ของเรือนเวลา แวงการ์ด ในฐานะคอลเลกชันที่จะสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี และในฐานะตัวแทนของจิตวิญญาณแห่งวันอันสดใสที่อาบไปด้วยแสงแดดและห้วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็โอบกอดไว้ซึ่งงานฝีมือและความสามารถด้านฟังก์ชันที่มิอาจเทียบเคียงได้ ซึ่งเฮาส์แห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างดี

นาฬิกาทั้งสามเวอร์ชัน ภายใต้เฉดสีแดงเพลิง ฟ้าน้ำทะเล และซัมเมอร์กรีน จะมีจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Read more

Share this News

Vanguard™ 7 days power reserve skeleton

October 11, 2017

BREGUET – An Intimate Afternoon Tea Celebration of Mother’s Day

October 12, 2017

TUDOR’s Largest Pop-Up Store in Thailand

October 15, 2017