Home / News / KHANNGOEN NUANUAL: IT’S TIME

KHANNGOEN NUANUAL: IT’S TIME

September 11, 2020

IT’S TIME
————————————————————————————
KHANNGOEN NUANUAL

การสื่อสารความเป็นตัวเองผ่านดนตรีฮิปฮอปของขันเงิน เนื้อนวล และโปรเจ็กต์สร้างสรรค์ทางดนตรีครั้งใหม่กับเพลง ‘It’s Time’ ที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษให้กับ Franck Muller

ภายในห้องพักของโรงแรมคิมป์ตันมาลัย กรุงเทพฯ (Kimpton Maa-Lai Bangkok) โรงแรมแห่งใหม่ในโครงการ Sindhorn Village ซอยต้นสน ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการในเมืองไทยเมื่อต้นปี 2020 เรามีนัดสัมภาษณ์กับคุณขันเงิน เนื้อนวล ศิลปินฮิปฮอประดับตำนานของไทยผู้ที่ได้รับเกียรติให้เป็น Friend of Franck Muller ตั้งแต่เมื่อปี 2019

                แฟรงค์ มุลเลอร์ แบรนด์นาฬิการะดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ มาพร้อมกลไกอันสลับซับซ้อนและรูปทรงของตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มีแนวคิดสร้างสรรค์นอกกรอบ เชื่อมโยงกับคาแร็กเตอร์ของคุณขันเงินที่เป็นตัวแทนของผู้ชายรุ่นใหม่ รักเสียงเพลงและการปาร์ตี้ แถมมีไลฟ์สไตล์น่าสนใจหลากหลายด้าน เมื่อปีที่แล้วบริษัทเพนดูลัมได้ร่วมกับแฟรงค์ มุลเลอร์ จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ให้กับคอลเลกชั่นพิเศษ Franck Muller Thailand Limited Edition ในรูปแบบปาร์ตี้ที่ The Glass House at Park Nai Lert ในครั้งนั้นนอกจากเป็นการเปิดตัวคุณขันในฐานะ Friend of Franck Muller อย่างเป็นทางการแล้ว แน่นอนว่าคุณขันเงินก็ได้มาสร้างสีสันด้วยจังหวะดนตรีสนุกๆ สุดเท่ด้วย

                มาปีนี้ ทางแบรนด์มีโปรเจ็กต์พิเศษเป็นคอลลาบอเรชั่นกับคุณขันเงินที่สร้างสรรค์เพลงใหม่ให้กับแฟรงค์ มุลเลอร์โดยเฉพาะ ซึ่งในวันที่เรามาสัมภาษณ์นี้ก็เป็นวันที่เขาและทีมงานอีกกว่า 30 คน มาถ่ายทำไลฟ์สไตล์มิวสิกวิดีโอกันในพื้นที่ส่วนของ The Residences at Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok “วันนี้ทีมงานมากันเยอะมากครับ เยอะกว่าเอ็มวีของผมเองที่เพิ่งถ่ายไปอีก” คุณขันเงินพักเบรกจากซีนถ่ายทำ และเริ่มคุยกับเราแบบสบายๆ

                “เพลงนี้ผมได้โจทย์มาจากทางแฟรงค์ มุลเลอร์ ว่าเขาอยากได้มู้ดแอนด์โทนยังไง ผมก็มาคิดต่อว่ามันน่าจะต้องเป็นเพลงสนุกๆ มีความปาร์ตี้อยู่ในนั้น ฟังง่ายๆ รีแล็กซ์ เหมือนคนมารวมตัวกันหลังเลิกงาน ดนตรีก็จะเป็น groovy ย้อนยุคนิดๆ แบบยุค ’70s มีฟังก์ มีดิสโก้อยู่ในนั้น ใช้เวลาแต่งไม่นานนะครับ เพราะเป็นมู้ดที่เราถนัดอยู่แล้ว พอเพลงมันไม่เครียด เราก็ไม่ต้องคิดเยอะ มันก็เลยง่าย และทำเร็วเป็นดนตรีที่เพราะ ฟังแล้วอยากเต้นรำ”

                จริงๆ แล้วก็ต้องบอกว่าวันที่ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอนี้ เมืองไทยเพิ่งประกาศผ่อนปรนจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ไม่นาน หลังจากที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่ในบ้านนานกว่า 3 เดือน ช่วงที่ผ่านมา หลายคนคงอยากรู้ว่าหนุ่มปาร์ตี้แบบขันเงิน มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง “ทำเพลงอย่างเดียวเลยครับ” เขาหัวเราะ “3 เดือนนี่เราอยู่ในสตูดิโออย่างเดียวเลย ผมหยุดปาร์ตี้ไปเลย ไม่ได้เจอผู้คน ไม่ได้ดื่มหรือสังสรรค์ แต่จริงๆ แล้วมันดีมากนะสำหรับคนที่ทำงานครีเอทีฟ เพราะมันเหมือนบังคับให้เราอยู่ในที่ที่เดียวและโฟกัสกับสิ่งนั้น ปกติต้องไปคอนเสิร์ต งานเลี้ยง งานนู้นนี้ การทำเพลงมันก็จะไม่ค่อยต่อเนื่องเพราะเรากังวลกับสิ่งต่างๆ ที่เราต้องรับผิดชอบ เลยไม่ได้มาใส่ในการทำเพลง 100% แต่ช่วงนี้ผมเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้คิดได้ลองอะไรใหม่ๆ ทำเพลงได้เป็นเซ็ต เป็นอัลบั้มเลย หลังจากนี้ก็จะทยอยปล่อยเพลงออกมาให้ได้ฟังกันครับ”

                ขันเงินเริ่มอาชีพทางดนตรีจากการเป็นดีเจตั้งแต่สมัยไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ช่วงอายุ 16-17 ปี ก่อนจะกลับมาเมืองไทยและโด่งดังในฐานะแร็ปเปอร์ สมาชิกวงไทเทเนี่ยม ถึงวันนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้วกับการทำงานในอาชีพศิลปินทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง “ผมโชคดีที่ได้รับโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ได้ลองอะไรมาหมดแล้ว ยิ่งตอนนี้มีน้องๆ ใหม่ๆ ที่ทำให้วงการเพลงมันน่าตื่นเต้น ก็ยิ่งจุดประกายให้ผมกลับมาสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ไปอีก ก่อนหน้านี้ผมก็เคยมีไปทำธุรกิจอื่น อย่างเช่น ร้านอาหาร ทำเสื้อผ้า สายการบิน ทำบริษัทเทคโนโลยี ทำหลายอย่างมาก แต่พอมาถึงจุดนี้ เรารู้สึกว่าสิ่งที่เรารักที่สุดก็คือดนตรี ทุกอย่างที่เคยไปทำก็ไม่มีอะไรที่ประสบความสำเร็จเท่ากับดนตรี มันให้อะไรกับชีวิตเยอะมาก และทำให้ผมมาเป็นอย่างทุกวันนี้

                “ความสำเร็จของทุกอย่างมันอยู่ที่เรื่องของเวลา (timing) หรือจังหวะชีวิตด้วยนะครับ เราเป็นคนที่บางทีทำอะไรเร็วเกินไป อย่างเปิดร้านสนีกเกอร์เนี่ย เราทำมาตั้งนานแล้ว แต่ช่วงนั้นก็ไม่ได้บูมมาก ผ่านไป 10 ปี อ้าวน้องๆ รุ่นใหม่มาทำแล้วเจริญรุ่งเรืองมากเลย ผมเลยคิดว่าจังหวะเป็นเรื่องสำคัญมากกับชีวิตไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม แค่เราพลาดไปเสี้ยววินาทีเดียว ทุกอย่างมันจะเปลี่ยน เวลาเราจะไปประชุมอะไรสักอย่างเพื่อความก้าวหน้าบางอย่างในอนาคต แต่เราดันไปสาย เขาไม่รอแล้ว มันก็ไม่ได้ Timing ของชีวิต มันต้องถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลาครับ เป็นคีย์หลักเลย” เขาเอ่ยมุมมองพร้อมกับขยับนาฬิกา Franck Muller Master Banker ที่ข้อมือเครื่องบอกเวลาที่เขาสวมใส่ในวันนี้

                “ผมไม่ค่อยชอบตามเทรนด์ เป็นคนชอบอะไรคลาสสิก มองแล้วไม่เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นแว่น หมวก หรือรถวินเทจที่มันอาจจะเก่าแต่ว่ายังดูสวยอยู่ มันก็จะสวยตลอดไป นาฬิกาก็เหมือนกันครับ ชอบคลาสสิก เรียบๆ ง่ายๆ ดู classy อย่างแฟรงค์ มุลเลอร์เองเขาก็มีทั้งรุ่นคลาสสิก รุ่นสปอร์ต หรือรุ่นที่มีเพชรก็เข้ากับฮิปฮอปมาก เพราะเวลาแร็ป จะต้องพูดไปขยับมือไป มันต้องมีอะไรวิบวับหน่อย” เขาหัวเราะ          

ทำไมถึงชอบดนตรีฮิปฮอป “ผมมีโอกาสไปอยู่อเมริกาเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เลยได้เห็นการเติบโตของวัฒนธรรมฮิปฮอปมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ จุดกำเนิดของฮิปฮอปเริ่มมาจากความสนุกในงานปาร์ตี้ของกลุ่มคนผิวสีและกลุ่มคนอเมริกันละตินหรือที่มีวัฒนธรรมสเปน (Hispanic) จนกลายมาเป็นกระบอกเสียงในเรื่องการเมือง ณ วันนี้ที่คนผิวสีลุกฮือประท้วงอีกครั้งในสหรัฐอเมริกา เราก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยแล้วที่มีเรื่องความไม่เท่าเทียมแบบนี้ เลยมีความโกรธแค้นอยู่ข้างใน มีอะไรอยู่ในใจเยอะ เพลงฮิปฮอปต่างๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งในการแสดงออกของพวกเขาด้วย”

                ฮิปฮอปไม่ใช่แค่สไตล์ดนตรีแต่ว่าเป็นวัฒนธรรมที่แทรกซึมอยู่ในหลายอย่างของชีวิต ทั้งการเมือง สังคม และแฟชั่น “ใช่ครับ ฮิปฮอปมันเป็นคัลเจอร์หนึ่ง หนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของวัฒนธรรมฮิปฮอปคือ ‘สไตล์’ และนั่นก็รวมถึงเรื่องการแต่งตัวด้วย

“เสื้อผ้าและสนีกเกอร์เท่ๆ มาพร้อมนาฬิกาวิบวับสักเรือน มันเป็นการโชว์ออฟ เพราะว่าฮิปฮอปคือมาจากคนรากหญ้า แล้ววันหนึ่งประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ด้วยความสามารถของตัวเอง เขาก็อยากโชว์ มีรถสวย มีสร้อยเพชร และมันก็มีอิทธิพลไปกับวงการอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะนักบอลหรือนักแข่งฟอร์มูลาวันอันดับ 1 เขาก็แต่งตัวเป็นฮิปฮอปได้หรือว่าเอนจอยกับวัฒนธรรมและดนตรีฮิปฮอปได้เหมือนกัน” เช่นเดียวกับผู้คนที่มาร่วมแสดงในไลฟ์สไตล์เอ็มวีของขันเงินกับแฟรงค์ มุลเลอร์ในครั้งนี้ ก็มาจากหลากหลายอาชีพในสังคม

                “เท่าที่ดูมอนิเตอร์มาเมื่อกี้ ถ่ายได้สวยมากเลยครับ นอกจากสถานที่ของโรงแรมที่สวยและเอ็กซ์คลูซีฟมากแล้ว เราก็ได้พี่อาร์ต อารยา อินทรา มาดูภาพรวมให้ด้วย ฉะนั้นงานสวยแน่นอน และแคสต์หลายๆ คนที่มาแจมกันก็เป็นคนในสังคมที่มีคาแร็กเตอร์น่าสนใจ ต่างคนต่างนัดกันมาที่ปาร์ตี้ ก็ถ่ายไลฟ์สไตล์แต่ละคน บางคนรีแล็กซ์อยู่ริมสระว่ายน้ำ บางคนเล่นพูล แล้วตอนหลังก็มารวมตัวกันที่ชั้นปาร์ตี้เพื่อสนุกสนานกันครับ” ขันเงินฝากผลงานทิ้งท้าย

ติดตามผลงานเพลง ‘It’s Time’ ของคุณขันเงิน เพื่อ Franck Muller ได้เร็วๆ นี้

Read more

Share this News